เทรนด์การใช้ HR Application ในปี 2025

เทรนด์การใช้ HR Application ในปี 2025

02 พ.ค. 2568   ผู้เข้าชม 136

บทนำ

ในปี 2025 เทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคล (HR Technology) มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและองค์กร บทความนี้นำเสนอภาพรวมของแนวโน้มสำคัญเกี่ยวกับฟีเจอร์และฟังก์ชันนวัตกรรมในซอฟต์แวร์ HR ที่กำลังได้รับความนิยม แพลตฟอร์มการใช้งานที่องค์กรเลือกใช้ เทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อนการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากองค์กรชั้นนำ

ฟีเจอร์และฟังก์ชัน HR ที่ได้รับความนิยมในปี 2025

1. การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในงานทรัพยากรบุคคล

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่ โดยองค์กรจำนวนมากนำ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทางธุรการและกลยุทธ์ ข้อมูลจาก Deloitte ระบุว่า 22% ขององค์กรทั่วโลกมีการใช้ AI ในงาน HR และอีก 30% วางแผนจะนำมาใช้ในอนาคตอันใกล้ Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 ระบบ AI จะสามารถตอบข้อสอบถามทั่วไปด้าน HR ได้ถึง 75%

การประยุกต์ใช้ AI ที่โดดเด่น ประกอบด้วย:

• การคัดกรองผู้สมัครงานด้วย AI เพื่อวิเคราะห์และจัดลำดับประวัติผู้สมัครอย่างมีประสิทธิภาพ

• การใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในการจัดทำคำอธิบายตำแหน่งงานและเนื้อหาการอบรม

• ระบบวิเคราะห์ข้อมูลพนักงานเพื่อคาดการณ์แนวโน้มและพฤติกรรม

2. ระบบบริการตนเองของพนักงาน (Employee Self-Service)

พนักงานในยุคปัจจุบันคาดหวังความสะดวกในการทำธุรกรรม HR ผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการตนเองที่ครอบคลุมการดำเนินการต่าง ๆ เช่น:

• การปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล

• การจัดการวันลาและสวัสดิการ

• การเข้าถึงเอกสารสำคัญ (เช่น สลิปเงินเดือน)

องค์กรส่วนใหญ่หันมาใช้แชตบอตหรือผู้ช่วยเสมือนอัจฉริยะ (Virtual Assistant) ที่สามารถให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าในปี 2025 จะมีการใช้ AI Chatbot แทนระบบพอร์ทัลแบบเดิมเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานได้อย่างรวดเร็วและตรงประเด็น

3. การทำงานอัตโนมัติ (Automation) ของกระบวนการทรัพยากรบุคคล

การอัตโนมัติของงานประจำ (Routine Tasks) เป็นฟังก์ชันสำคัญที่องค์กรให้ความสำคัญ ระบบ HR สมัยใหม่สามารถสร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติสำหรับกระบวนการต่าง ๆ เช่น:

• การจัดการกระบวนการรับพนักงานใหม่ (Onboarding)

• การคำนวณและประมวลผลข้อมูลเวลาทำงานและค่าตอบแทน

• ระบบแจ้งเตือนและอนุมัติอัตโนมัติ

เทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) และ AI ถูกนำมาใช้ในงานประจำมากขึ้น ส่งผลให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีเวลาทุ่มเทกับงานเชิงกลยุทธ์ แพลตฟอร์มประเมินผลการทำงานแบบต่อเนื่อง (Continuous Performance Management) กำลังแทนที่ระบบประเมินแบบรายปีแบบดั้งเดิม โดยใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เป้าหมายและผลการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์

4. การมุ่งเน้นประสบการณ์ของพนักงาน (Employee Experience, EX)

การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงานกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกใช้ HR Application โดยมุ่งเน้นที่:

• ความง่ายในการใช้งานและความพึงพอใจของผู้ใช้

• การสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นตลอดวงจรชีวิตของพนักงาน (Employee Lifecycle)

• การสนับสนุนสุขภาวะองค์รวมของพนักงาน (Physical and Mental Well-being)

ผลสำรวจพบว่า 87% ของผู้จัดการ HR วางแผนเพิ่มงบประมาณด้านเทคโนโลยี HR โดยมีเป้าหมายหลักคือการพัฒนา Employee Experience ระบบ HR รุ่นใหม่จึงเพิ่มฟีเจอร์ที่ส่งเสริมประสบการณ์ที่ดี เช่น ระบบการเรียนรู้ออนไลน์ แบบสำรวจความพึงพอใจแบบเรียลไทม์ และแพลตฟอร์มสวัสดิการที่ยืดหยุ่น

แพลตฟอร์มและรูปแบบการใช้งานที่องค์กรนิยม

1. ระบบ HR แบบคลาวด์ (Cloud-Based HR System)

การใช้งานระบบ HR บนคลาวด์ในรูปแบบ Software-as-a-Service (SaaS) ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดยมีข้อดีหลายประการ:

• ความยืดหยุ่นในการใช้งาน

• การอัปเดตฟีเจอร์ที่ต่อเนื่องจากผู้ให้บริการ

• ความสามารถในการเข้าถึงจากทุกที่ผ่านอินเทอร์เน็ต

ผลการสำรวจทั่วโลกพบว่า 46% ของบริษัทได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ HR แบบ SaaS หรือระบบไฮบริด (เพิ่มขึ้นจาก 20% เมื่อสองปีก่อน) และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 57% ภายในปี 2023 องค์กรที่ย้ายไปใช้ระบบคลาวด์รายงานการประหยัดต้นทุนด้าน HR โดย 70% ของบริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างน้อย 10% และ 37% ประหยัดได้เกิน 20% สำหรับในประเทศไทย จะมีระบบ ที่รองระบบที่รองรับเช่น Plum hr solution, Human Soft เป็นต้น

2. การออกแบบแบบ Mobile-First และ Multi-Platform

พฤติกรรมผู้ใช้ในยุคดิจิทัลทำให้องค์กรต้องเลือก HR Application ที่รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และแพลตฟอร์มหลากหลาย แพลตฟอร์ม HR ชั้นนำมักมาพร้อมแอปพลิเคชันมือถือที่ช่วยให้พนักงานและผู้จัดการสามารถดำเนินการด้าน HR ได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนี้ แนวโน้มการมีแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ (Unified Platform) ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชัน HR ในที่เดียวก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น หลายองค์กรเลือกใช้ชุดซอฟต์แวร์ Human Capital Management (HCM) แบบครบวงจรจากผู้ให้บริการรายเดียว เช่น Workday, SAP SuccessFactors และ Oracle HCM Cloud

3. แนวทางแบบไฮบริดและการจ้างบริการภายนอก (Outsourcing)

แม้ว่าระบบคลาวด์จะเป็นที่นิยม แต่ในทางปฏิบัติ องค์กรขนาดใหญ่บางแห่งยังคงใช้รูปแบบไฮบริดที่ผสมผสานระบบภายในองค์กรกับบริการคลาวด์ หรือใช้ผู้ให้บริการภายนอกบางส่วนควบคู่กัน

มีแนวโน้มว่าองค์กรเริ่มจ้างบริการ HR ภายนอกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวกับการจัดการระบบและการสนับสนุนผู้ใช้ เพื่อให้ทีม HR ภายในมุ่งเน้นงานเชิงกลยุทธ์ รูปแบบการให้บริการ HR แบบผสมผสาน (Hybrid Delivery Model) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อน HR Application ในปี 2025

1. ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI/ML)

AI และ Machine Learning เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนนวัตกรรม HR Application ในหลายด้าน:

• การใช้โมเดลทำนาย (Predictive Models) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มสำคัญ เช่น อัตราการลาออกของพนักงานหรือช่องว่างทักษะในองค์กร

• การใช้ Natural Language Processing (NLP) และการวิเคราะห์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) กับข้อมูลจากแบบสำรวจ

• การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalized Experience) ให้พนักงาน

• การพัฒนาเอเจนต์ AI (Agentic AI) ที่สามารถดำเนินการแทนพนักงานได้

2. การวิเคราะห์ข้อมูลบุคลากร (People Analytics)

การใช้ Big Data และ Analytics ในงาน HR ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กรชั้นนำ ทีม HR สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น:

• การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน

• การวิเคราะห์สาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานลาออก

• การพัฒนาแดชบอร์ดแบบปรับแต่งได้ที่นำเสนอข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์

ระบบ People Analytics ในปี 2025 มีความสามารถสูงขึ้น ครอบคลุมทั้งการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) และการวิเคราะห์เชิงสั่งการ (Prescriptive Analytics) อย่างไรก็ตาม การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากมาพร้อมกับความท้าทายด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัว

3. บล็อกเชน (Blockchain)

แม้บล็อกเชนจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการประยุกต์ใช้ในงาน HR แต่ในปี 2025 มีการทดลองใช้งานที่น่าสนใจหลายประการ:

• การตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารของผู้สมัครงาน/พนักงาน

• การจ่ายเงินเดือนและบริหารสัญญาจ้าง โดยเฉพาะสำหรับพนักงานฟรีแลนซ์หรือพนักงานต่างประเทศ

• การใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ในการจัดการสัญญาจ้างงานหรือข้อตกลงกับพนักงาน

ข้อมูลระบุว่า 11.7% ขององค์กรนำบล็อกเชนมาใช้จริงในงาน HR และ 74% อยู่ระหว่างพิจารณาหรือทดลองการนำมาใช้

4. โลกเสมือนจริงและโลกเสริมจริง (VR/AR)

เทคโนโลยี VR/AR เริ่มมีบทบาทสำคัญในงานทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะในด้านการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร:

• การฝึกอบรมผ่านประสบการณ์เสมือนจริง

• การสอนงานหน้างานด้วย AR

• การสร้างประสบการณ์เสมือนจริงในกระบวนการสรรหาบุคลากร

• การใช้เกมจำลองสถานการณ์เพื่อประเมินทักษะผู้สมัคร

ตัวอย่างเช่น Walmart ใช้ชุดหูฟัง VR ในการฝึกซ้อมพนักงานในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดเวลาที่ใช้ในการฝึกอบรมได้ถึง 96%


สาระน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

ทำไมต้องใช้ PLUM HR ในการจัดการงาน HR อย่างมีประสิทธิภาพ?
07 พ.ค. 2568

ทำไมต้องใช้ PLUM HR ในการจัดการงาน HR อย่างมีประสิทธิภาพ?

เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ความท้าทายของการใช้ HR Application ในประเทศไทย และความคาดหวังของพนักงานและองค์กร
30 ก.ย. 2568

ความท้าทายของการใช้ HR Application ในประเทศไทย และความคาดหวังของพนักงานและองค์กร

เทคโนโลยี และนวัตกรรม
นวัตกรรมในโลกการ์ตูนและแอนิเมชัน (กำลังกลายเป็นจริง)
09 ต.ค. 2567

นวัตกรรมในโลกการ์ตูนและแอนิเมชัน (กำลังกลายเป็นจริง)

เทคโนโลยี และนวัตกรรม