ในช่วงเดือนมีนาคมของ ปี 2025 เกิดปรากฎการณ์อนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ชื่อดังของจีน Ne Zha 2 มีรายได้ถล่มทลาย ตัวผู้เขียนเองก็เพิ่งไปดูมาสด ๆ ร้อน ๆ ถ้าไม่มัวอินไปกับหนังจนน้ำตาแตกก็เอาแต่นั่งคิดว่า ฉากนี้มันไม่บ้าคลั่งไปหน่อยเหรอ? อนิเมชั่นนี่มันทำถึง ทำเกินเบอร์ไปได้ขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?
นาจาปรากฏบทบาทครั้งแรกในนิยายจีนเรื่อง ห้องสิน หรือ เฟิงเสินเยี่ยนยี่ (Investiture of the Gods) ซึ่งเป็นวรรณกรรมประเภทเทพปกรณัม (shenmo) ประพันธ์ขึ้นในช่วงราชวงศ์หมิง (คริสต์ศตวรรษที่ 16) และตีพิมพ์ครั้งแรกประมาณทศวรรษ 1550
หนึ่งในตอนสำคัญที่สุดของ "ตำนานนาจา" เป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งกับอ๋าวปิ่ง (Ao Bing / 敖丙) ลูกชายของมหาราชามังกรแห่งทะเลตะวันออก (東海龍王)
ขณะที่ประชาชนเมืองเฉินถังกำลังประสบภัยแล้งและความเดือดร้อนจาก มังกรแห่งทะเลตะวันออก ที่เรียกเก็บส่วยและทรมานชาวบ้านในแต่ละวัน นาจาในวัยเด็กออกจากบ้านไปเล่นที่ทะเลได้บังเอิญเจอกับบริวารของราชามังกรที่มาก่อกวนผู้คน
ด้วยความกล้าหาญและยุติธรรม นาจาเข้าต่อสู้และเผลอสังหารบริวารของมังกรตะวันออก ทำให้ราชามังกรโกรธแค้น และส่งบุตรชาย อ๋าวปิ่งมาจัดการ
อ๋าวปิ่งเป็นมังกรหนุ่มผู้สูงศักดิ์ รูปงาม และมีพลังเวทเช่นเดียวกัน
เมื่อทั้งสองเผชิญหน้า มันจึงกลายเป็นศึกใหญ่ที่ดุเดือดเลือดพล่าน อ๋าวปิ่งใช้เวทน้ำแข็งโจมตี ส่วนนาจาใช้หอกเพลิงและห่วงจักรวาลตอบโต้ ผลคือ อ๋าวปิ่งพ่ายแพ้และเสียชีวิต
นาจา vs อ๋าวปิ่ง ไม่ใช่แค่การสู้ของ “เทพกับมังกร” แต่คือ การต่อสู้ของ “ความกล้าหาญอิสระ” กับ “อำนาจสืบทอด”
แม้นาจาจะชนะ แต่นี่ไม่ใช่ชัยชนะที่น่าภาคภูมิ หรือเอาไปโม้ได้
เรื่องราวหลังจากนี้เป็นเวอร์ชั่นเดิมของตำนานนาจา (และอาจทำให้เด็กร้องไห้ได้)
ราชามังกรโกรธเกรี้ยวและฟ้องต่อสวรรค์
เมืองเฉินถังถูกสั่งลงโทษด้วยภัยแล้งและน้ำท่วม
หลี่จิ้ง (พ่อนาจา) ถูกเรียกตัวไปสอบสวน
ประชาชนโทษนาจาว่าเป็นสาเหตุของหายนะทั้งหมด
นาจาเสียใจที่ตนเองเป็นต้นเหตุของความทุกข์ สุดท้ายฆ่าตัวตายด้วยการคืนกระดูกให้พ่อ และคืนเนื้อให้แม่
(ในบางเวอร์ชันมีการ "ถลกเนื้อ" เป็นสัญลักษณ์ของการชดใช้)
การที่ผู้สร้างไม่เน้นว่าต้องสร้างหนังเหมือนต้นฉบับทุกประการ ทำให้นาจา 2 เป็นหนังฟีลกู๊ดและหัวเราะทั้งน้ำตาได้
เพราะถ้าพิจารณากันตามจริงแล้ว อ๋าวปิ่งไม่ใช่ตัวร้าย หากแต่เป็นเหยื่อของระบบอำนาจที่ใช้ลูกหลานแก้แค้นแทน และความตายของอ๋าวปิ่งนี่เอง ที่กลายเป็นบาดแผลแห่งความผิดที่ฝังลึกในใจนาจา จนนำไปสู่การสละตน
ถ้าเป็นเวอร์ชั่นเก่า นาจาเป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมความพิเศษ พลังอันยิ่งใหญ่ แต่ ไม่ได้รับการยอมรับจากโลกภายนอก
เด็กผู้ชายวัยรุ่นที่อยากเป็นอิสระ อยากแสดงตัวตนที่แท้จริง แต่กลับถูกตีกรอบว่าต้อง เชื่อฟัง ควบคุมอารมณ์ และ เป็นเด็กดี ตามค่านิยม จนกลายเป็นภาพแทนของ “เด็กผู้ไม่ถูกเข้าใจ” และ “เด็กที่มีพลังแต่ถูกควบคุม”
การตีความเวอร์ชั่นใหม่ พ่อแม่ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียง “ตัวแทนของอำนาจและกฎเกณฑ์” อีกต่อไป พวกเขาเริ่มเข้าใจว่า ลูกไม่ได้เกิดมาเพื่อให้เป็นในแบบที่เราคาดหวังเสมอไป
แต่ลูกคือ คนคนหนึ่งที่มีความคิด ความรู้สึก และความเจ็บปวดของตนเอง ด้วยความรักแบบไม่มีเงื่อนไขของแม่ ที่แสดงออก โดยที่...
ไม่ใช่เพราะนาจาเป็นเด็กดี
ไม่ใช่เพราะนาจาชนะศึก
แต่เพราะนาจา “คือเขา” แม้จะถูกสวรรค์ตราหน้าว่าเป็นปีศาจ
ทำให้นาจาเกิดความรู้สึกปลดล็อกจิตใจที่จะยอมรับตนเองอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้ใครอีก หรือที่เราเรียกว่า Self-actualization หมายถึง การเป็นตัวเองในแบบที่สมบูรณ์ ไม่ต้องเปลี่ยนเพื่อใครอีก
นาจาที่ถูกตีความขึ้นมาใหม่นี้เป็นตำนานของการเยียวยามากกว่าการต่อสู้ และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนาจาไม่ใช่พลังเวทหรือการชนะศึก แต่เป็น "ความรักจากครอบครัว" ที่มองเขาอย่างเข้าใจ
จึงไม่แปลกใจเลย ที่ทำไม NeZha 2 จึงทัชใจผู้ชม และกวาดรายได้อย่างงดงาม
หลังจากการฟื้นคืนชีวิต นาจากลายเป็นผู้มีพลังที่มีสติมากขึ้น ใช้พลังอย่างมีเป้าหมาย มีอิสระที่จะใช้พลัง โดยปราศจากการกดทับ แต่ไม่ใช่เพื่อตนเองอีกต่อไป ในทฤษฎีของ Carl Jung สิ่งนี้สะท้อนกระบวนการ “Individuation” ซึ่งการรวมตัวของเงา ความดี ความชั่ว ความเจ็บปวด เพื่อเกิดเป็นตัวตนที่แท้จริง
ตั้งแต่ภาคแรก เราจะเห็นว่าเส้นหนังเกี่ยวข้องกับดอกบัวผ่านสัญญะต่าง ๆ การฟื้นคืนชีวิตด้วยร่างดอกบัว เป็นสัญลักษณ์ของ "จิตที่ผ่านการบำบัด" ดอกบัวในพุทธศาสนาเปรียบได้กับ การหลุดพ้นจากทุกข์ เป็นสัญญะของการยอมรับตนเองในแบบที่เป็น ไม่ใช่ในแบบที่ใครอยากให้เป็น
ในโลกของนาจาไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นไหน เราเห็นภาพของเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมสิ่งที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจ พลังอันยิ่งใหญ่ ความแตกต่าง และภาระบางอย่างที่โลกภายนอกโยนใส่ตั้งแต่ยังไม่ทันเอ่ยคำแรก
ในโลกของเรา... หลายคนก็เป็นแบบนั้น เราอาจไม่เกิดมาพร้อมพลังวิเศษ แต่เราต่างเกิดมาพร้อม “บางสิ่ง” เช่น
ความรู้สึกไวเกินไป
ความฝันที่ไม่เหมือนใคร
ความกล้าหาญที่ถูกตีความว่าเป็นความดื้อด้าน
หรือแม้แต่ “ความเงียบ” ที่คนภายนอกมองว่าเป็นความอ่อนแอ
นาจาโกรธ ไม่ใช่เพราะเขาชั่วร้าย แต่โกรธเพราะ “ไม่มีที่ให้ยืน” ในโลกนี้แบบที่เขาเป็น
เมื่ออ๋าวปิ่งตายด้วยน้ำมือของนาจา มันไม่ใช่ชัยชนะ แต่มันคือ “บาดแผล” เหมือนกับเราหลายคนที่ “ทำในสิ่งที่ถูก” แล้วกลับรู้สึกผิด ผิดที่พูดความจริง ผิดที่เลือกทางของตัวเอง ผิดที่ไม่ทำตามความคาดหวังของครอบครัวหรือสังคม
คำถามนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราเริ่ม “ตื่น” จากการมีชีวิตอยู่แบบเดิม แล้วเริ่มหันกลับมามองว่า
เราคือใครกันแน่ และเราจะเป็นตัวเราเองได้อย่างเต็มที่ได้อย่างไร?
เราอาจไม่ใช่นาจา
แต่บางมุมของหัวใจเรา อาจเป็น "นาจา" มาตลอด
เด็กคนหนึ่งที่กำลังรอวันได้เป็นตัวเอง
และรอใครบางคนบอกเขาว่า “เธอมีค่าพอ... แค่เป็นเธอ”
นาจากลายเป็นร่างโตได้ ไม่ใช่เพราะเขาเก่งขึ้น
แต่เพราะเขาเริ่ม ยอมรับตัวเอง
และปล่อยให้ความรักเปลี่ยนแปลงตัวเขา
เราเอง… ก็กำลังอยู่ระหว่างทาง
ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่ค่อย ๆ เติบโต
แค่ยอมให้ตัวเองมีพื้นที่จะรู้สึก โกรธ ผิดพลาด เสียใจ และกลับมายืนขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง
Self-Actualization (ตามแนวคิดของ Abraham Maslow) คือ การพัฒนา “ศักยภาพสูงสุด” ของตัวเองในแบบที่แท้จริง
ไม่ใช่การ “ดีพร้อม” แต่คือการ “เต็มที่กับความเป็นตัวเอง”
ไม่ใช่การ “สมบูรณ์แบบ” แต่คือการ “เป็นของจริง”
ไม่ใช่ “เราเป็นในแบบที่คนอื่นต้องการ” แต่คือ “เราเป็นในแบบที่เราเกิดมาเพื่อเป็น”
รู้จัก "ตัวเอง" ให้มากกว่าที่เคย Self-awareness คือประตูแรกของการเป็นตัวเอง ฝึกเขียน journal / ตั้งคำถามปลายเปิดกับตัวเอง / ทำแบบทดสอบ MBTI, DISC,หรือ Enneagram แล้วสำรวจว่าเราเชื่ออะไรเกี่ยวกับตัวเอง
ยอมรับ “เงา” ของตัวเอง ไม่ปฏิเสธความกลัว ความอิจฉา หรือความเศร้า แต่กล้าบอกตัวเองว่า
"นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของฉันเหมือนกัน"
Carl Jung เรียกกระบวนการนี้ว่า Shadow Integration คือ การไม่ปฏิเสธด้านมืด แต่เรียนรู้จะรักและแปลงพลัง ของมัน
ฝึก Self-Compassion คนที่เข้มแข็งที่สุดไม่ใช่คนที่วิจารณ์ตัวเองเก่งที่สุด แต่คือคนที่ ให้อภัยตัวเองเป็น และ อยู่กับความผิดพลาดของตัวเองได้
ทำในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเราเป็นประจำ ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายกับตัวเองในแต่ละวัน
เลือกอยู่กับคนที่ มองเห็นตัวตนของเรา Self-actualization ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำลำพังตลอดเวลา เราโตขึ้นจากการได้รับ feedback ที่อ่อนโยนและจริงใจ อย่ากลัวที่จะ “เลือกคน” ที่ทำให้เรากล้าเป็นตัวเอง และ “ออกห่าง” จากคนที่ทำให้เราหมดพลังจะรักตัวเอง
โดย Nayanee